ฝึกการจำเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม
เมื่อคนเราแก่ตัว
ความรู้แต่ละอย่าง
ไม่ได้ถดถอยลงในระดับที่เท่ากัน
ความสามารถทางภาษาจะไม่ถดถอยลง
แต่ทักษะในการรับรู้มิติและรูปทรงจะลดต่ำ
สาเหตุที่ทักษะทางภาษาไม่ค่อยถดถอยลง
เนื่องจากเป็นทักษะที่ใช้อยู่ตลอดและจำเป็นในการสื่อสาร
ในขณะที่ความสามารถในการรับรู้มิติหรือรูปทรง ไม่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโดยตรง
เมื่อกำลังกายและสภาพจิตเสื่อมถอยลงตามวัยก็มีส่วนเกี่ยวกับการถดถอยทางปัญญา
ดังนั้นเพื่อรับมือกับความจำที่ถดถอยอันเกิดจากความชรา
เราจำเป็นต้องฝึกใช้พื้นที่ในการจำให้เกิดประโยชน์
“ความทรงจำดีๆ” ช่วยชะลอความจำเสื่อม ได้
เพียงแค่คุณเลือกรูปถ่ายที่เป็น“ความทรงจำดีๆ” ออกมาแล้วจัดวางไว้ในห้อง และให้ความทรงจำดีๆ
เหล่านั้นทำงาน แม้ในช่วงเวลาที่ไม่ได้นึกถึงมันก็ตาม
เราลองใช้ประสบการณ์ในวัยเด็กเป็นตัวอย่างสำหรับวิธีฟื้นความจำกันดู
ให้หลับตา
แล้วจินตนาการถึงลูกแก้วขนาดใหญ่กำลังส่องแสงสว่างไสว ลองสัมผัสมันดู
ลูกแก้วนั้นทึบแสง ข้างในอัดแน่นไปด้วยประสบการณ์พิเศษในวัยเด็กของคุณ
จากนั้นให้คุณนับถอยหลังสัก
15 นาที ลูกแก้วจะค่อยๆ ใสขึ้น
จนคุณเริ่มมองเห็นประสบการณ์วัยเด็กอยู่ข้างใน
หลังจาก 15 วินาทีผ่านไป ดูภาพที่ปรากฏที่ลูกแก้วให้ดี เนื้อหาเกิดขึ้นเมื่อไร
ตรวจสอบว่าเป็นสิ่งที่คิดขึ้นมาใหม่หรือไม่
วิธีนี้
ลูกแก้วจะอยู่ตำแหน่งเดียวและไม่เคลื่อนไหว
ส่วนวิธีที่สองให้สร้างความรู้สึกว่าจู่ๆ
ลูกแก้วลูกนั้นก็โผล่มาจากอีกฟากหนึ่งที่ห่างออกไป
จากนั้นให้คุณหลับตาและจินตนาการถึงโลกภายในจิตใจคร่าวๆ
นึกภาพว่าลูกแก้วลูกเล็กๆ
ลอยมาจากทางซ้ายสุดสายตาแล้วค่อยๆ ใหญ่ขึ้น ยิ่งใหญ่ยิงมองเห็นอะไรยิ่งใหญ่ภายใน
มองดูให้ดี คุณเห็นภาพแบบไหน…
คนที่เห็นภาพในอดีตชัดเจน
ภาพนั้นคงมีความหมายพิเศษอะไรบางอย่าง
วาดภาพที่นึกออกให้สมจริงยิ่งขึ้น
และสร้างรายละเอียดให้สมบูรณ์ ด้วยวิธีการนี้
คลังเก็บความทรงจำที่มืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรจะส่องสว่างและสมบูรณ์ขึ้น
การทบทวนความทรงจำจะกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ผ่านการฝึกสร้างภาพในลักษณะนี้
เราทุกคนในอดีตล้วนผ่านประสบการณ์มามากมายในชีวิต
คนส่วนใหญ่คงคิดว่าลืมรายละเอียดของประสบการณ์เหล่านั้นไปหมดสิ้น
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่
หากทำตามที่แนะนำอย่างเหมาะสม
จะสามารถฟื้นอดีตที่น่าจะลืมไปแล้วให้กลับมาแจ่มชัดได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น